[x]ปิดหน้าต่าง
Powered by Bonsai.in.th เว็บบอนไซ ติดอันดับในเมืองไทย ศูนย์รวมความรู้เรื่องบอนไซ ข่าวสาร ถามตอบ-ซื้อขาย บอนไซ ทุกสายพันธ์ แห่งเดียวในไทย ที่รวบรวมทุกอย่างที่ Bonsai.in.th

Member System

Username :
Password :
    ล็อคอินแบบถาวร
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]

พฤษภาคม 2556
       
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

สถิติการเข้าเยี่ยมชม

Webboard

หน้าแรก webboard  >> พูดคุยทั่วไปสำหรับบอนไซ [ เท่านั้น ]  >> ปุ๋ย สำหรับใส่บอนไซ ???

  กำลังแสดงหน้าที่ 1/1 << 1 >>

Topic  :  ปุ๋ย สำหรับใส่บอนไซ ???
พฤหัสบดี ที่ 25 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2554  เข้าชม : 3335 
Start by : Narongrit Dot Net Member  roulleter



 [ กระทู้สะสม : 1 ] [ คะแนน : 0 ]
ใช้ปุ๋ยมีกี่ชนิด  ใช้ปุ๋ยอะไรดี   หลักการวิธีใช้อย่างไรครับ   


โปรดแนะนำหน่อยนะครับทุกท่าน 


มือใหม่หัดเล่นครับ
 
 


RE : ปุ๋ย สำหรับใส่บอนไซ ??? [ ความเห็นที่ 1]
จันทร์ ที่ 13 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 เวลา 04:08:39
โดย : leosun 
IP :
124.120.227.XXX

 ปุ๋ยอินทรีย์

ปุ๋ยพวกนี้ ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และวัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิดซึ่งเป็นพวกอินทรียสาร
ปุ๋ยคอก
ที่สำคัญก็ได้แก่ ขี้หมู ขี้เป็ด ขี้ไก่ ฯลฯ เป็นปุ๋ยคอกที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ในบรรดาสวนผักและสวนผลไม้ ปุ๋ยคอกโดยทั่วไปแล้วถ้าคิดราคาต่อหน่วยธาตุอาหารพืช จะมีราคาแพงกว่าปุ๋ยเคมี แต่ปุ๋ยคอกช่วยปรับปรุงดินให้โปร่งและร่วนซุย ทำให้การเตรียมดินง่าย การตั้งตัวของต้นกล้าเร็วทำให้มีโอกาสรอดได้มาก นาข้าวที่เป็นดินทราย เช่น ดินภาคอีสาน การใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์อื่น ๆ เท่าที่จะหาได้ในบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้การดำนาง่าย ข้าวตั้งตัวได้ดี และเจริญเติบโตงอกงามอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เนื่องจากดินทรายพวกนี้มีอินทรียวัตถุต่ำมาก การใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ลงไปจะทำให้ดินอุ้มน้ำและปุ๋ยได้ดีขึ้น การปักดำกล้าทำได้ง่ายขึ้น เพราะ หลังทำเทือกแล้วดินจะไม่อัดกันแน่น
ปุ๋ยคอกมีปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมค่อนข้างต่ำ โดยหยาบ ๆ แล้วก็จะมีไนโตรเจนประมาณ 0.5% N ฟอสฟอรัส 0.25% P2O5 และโพแทสเซียม 0.5% K2O
ปุ๋ยขี้ไก่และขี้เป็ด จะมีปริมาณธาตุอาหารสูงกว่าขี้หมู และขี้หมูจะปริมาณธาตุอาหารสูงกว่าขี้วัว และขี้ควาย ปุ๋ยคอกใหม่ ๆ จะมีปริมาณธาตุอาหารสูงกว่าปุ๋ยคอกที่เก่าและเก็บไว้นาน ทั้งนี้เนื่องจากส่วนของปุ๋ยที่ละลายได้ง่ายจะถูกชะล้างออกไปหมด บางส่วนก็กลายเป็นก๊าซสูญหายไปดังนั้นการเก็บรักษาปุ๋ยคอกอย่างระมัดระวังก่อนนำไปใช้ จะช่วยรักษาคุณค่าของปุ๋ยคอกไม่ให้เสื่อมคุณค่าอย่างรวดเร็ว
การเก็บรักษาปุ๋ยคอกอาจทำได้ เช่น นำมากองรวมกันเป็นรูปฝาชี แล้วอัดให้แน่ ถ้าอยู่ภายใต้หลังคาก็ยิ่งดี ถ้าอยู่กลางแจ้งควรหาจากหรือทางมะพร้าวคลุมไว้ด้วยก็จะดี ปุ๋ยคอกที่ได้มาใหม่ ๆ และยังสดอยู่ถ้าจะใส่ปุ๋ยซูเปอร์ฟอสเฟตชนิดธรรมดา (20% P O ) ลงไปด้วยสักเล็กน้อยก็จะช่วยป้องกันไม่ให้มีการสูญเสียไนโตรเจนโดยการระเหิดกลายเป็นก๊าซได้เป็นอย่างดี ถ้าเลี้ยงสัตว์อยู่ในคอกควรใช้แกลบ ขี้เลื่อยหรือฟางข้าวรองพื้นคอกให้ดูดซับปุ๋ยไว้ เมื่อฟางข้าวอิ่มตัวด้วยปุ๋ยก็รองเพิ่มเป็นชั้น ๆ เมื่อสะสมไว้มากพอก็ลอกเอาไปกองเก็บไว้ อัตราปุ๋ยคอกที่ใช้นั้นไม่เคร่งครัดเหมือนกับปุ๋ยเคมี ปกติแนะนำให้ใส่อัตรา 1-4 ตันต่อไร่ โดยใส่ค่อนข้างมากในดินเหนียวจัดหรือดินทรายจัด หลังจากใส่ปุ๋ยคอกแล้วถ้ามีการไถหรือพรวนดินกลบลงไปในดิน ก็จะช่วยให้ปุ๋ยเป็นประโยชน์แก่พืชได้เร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ปุ๋ยหมัก
ปุ๋ยพวกนี้ก็ได้แก่ปุ๋ยที่เราได้จากการหมักเศษพืช เช่น หญ้าแห้ง ใบไม้ ฟางข้าว ฯลฯ ให้เน่าเปื่อยเสียก่อน จึงนำไปใส่ในดินเป็นปุ๋ย ปุ๋ยเทศบาลที่บรรจุถุงขายในชื่อของปุ๋ยอินทรีย์เบอร์ต่าง ๆ นั้น ก็คือปุ๋ยหมัก ได้จากการนำขยะจากในเมือง พวกเศษพืช เศษอาหารเข้าโรงหมักเป็นขั้นเป็นตอนจนกลายเป็นปุ๋ย ปุ๋ยหมักสามารถทำเองได้โดยการกองสุมเศษพืชสูงขึ้นจากพื้นดิน 30-40 ซม. แล้วโรยปุ๋ยคอกผสมปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 ประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม ต่อเศษพืชหนัก 1,000 กิโลกรัม เสร็จแล้วก็กองเศษพืชซ้อนทับลงไปอีกแล้วโรยปุ๋ยคอกผสมปุ๋ยเคมี ทำเช่นนี้เรื่อยไปเป็นชั้น ๆ จนสูงประมาณ 1.5 เมตร ควรมีการรดน้ำแต่ละชั้นเพื่อให้มีความชุ่มชื้น และเป็นการทำให้มีการเน่าเปื่อยได้เร็วขึ้น
กองปุ๋ยหมักนี้ทิ้งไว้ 3-4 สัปดาห์ ก็ทำการกลับกองปุ๋ยครั้งหนึ่ง ถ้ากองปุ๋ยแห้งเกินไปก็รดน้ำ ทำเช่นนี้ 3-4 ครั้ง เศษพืชก็จะเน่าเปื่อยเป็นอย่างดีและมีสภาพเป็นปุ๋ยหมัก นำไปใช้ใส่ดินเป็นปุ๋ยให้กับพืชที่ปลูกได้ เศษหญ้าและใบไม้ต่าง ๆ ถ้าเก็บรวบรวมกองสุมไว้แล้วทำเป็นปุ๋ยหมัก จะดีกว่าเผาทิ้งไป ปุ๋ยหมักจะช่วยปรับปรุงดินให้มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ดีขึ้นและปลูกพืชเจริญงอกงามดีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพืชผักสวนครัว และไม้ดอกไม้ประดับ
ปุ๋ยพืชสด
เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการปลูกพืชบำรุงดินซึ่งได้แก่ พืชตระ***ลถั่วต่าง ๆ แล้วทำการไถกลบเมื่อพืชเจริญเติบโตมากที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังออกดอก พืชตระ***ลถั่วที่ควรใช้เป็นปุ๋ยพืชสดควรมีอายุสั้น มีระบบรากลึก ทนแล้ง ทนโรคและแมลงได้ดี เป็นพืชที่ปลูกง่าย และมีเมล็ดมาก ตัวอย่างพืชเหล่านี้ก็ได้แก่ ถั่วพุ่ม ถั่วเขียว ถั่วลาย ปอเทือง ถั่วขอ ถั่วแปบ และโสน เป็นต้น


 [ ขึ้นบน ]  

RE : ปุ๋ย สำหรับใส่บอนไซ ??? [ ความเห็นที่ 2]
จันทร์ ที่ 13 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 เวลา 04:10:44
โดย : leosun 
IP :
124.120.227.XXX

 ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์

ปุ๋ยพวกนี้เป็นปุ๋ยที่ได้มาจากการผลิตหรือสังเคราะห์ทางอุตสาหกรรมจากแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ได้ตามธรรมชาติ หรือเป็นผลพลอยได้ของโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิด ปุ๋ยเคมีมีอยู่ 2 ประเภท คือ แม่ปุ๋ย หรือปุ๋ยเดี่ยวพวกหนึ่ง และปุ๋ยผสมอีกพวกหนึ่ง

ในปุ๋ยทุกชนิด จะมีธาตุอาหารหลักอยู่๓ตัว ธาตุอาหารรองและอื่นๆอีก ไม่ขอพูดถึง

เวลาไปซื้อปุ๋ยเม็ดหรือเรียกอีกอย่างว่าปุ๋ยเคมี จึงเห็นสูตรต่างๆเช่น ๑๖-๑๖-๑๖, ๘-๑๒-๒๔, .....๓๖-๒๔-๓๖(สูตรนี้หาซื้อยากมาก) เป็นต้น

ธาตุอาหารหลัก๓ตัวนั้นได้แก่ N,P,K

N,P,Kนั้น ขอเรียกง่ายๆว่า ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสฯ และโปรตัสเซียมฯ(ให้สังเกตไปรยางค์น้อย-บอกแค่นี้เพื่อให้จำง่ายๆ)

ท่องจำไว้ได้เลย เอ็นพีเค ใบดอกต้น

เพราะธาตุเหล่านี้ไปบำรุงต้นไม้

N(ไนโตรเจน) เร่งใบ คือเร่งให้ออกใบ ให้ต้นโตเร็ว

(ฟอสฟอรัส)เร่งดอก ช่วยให้ออกดอก

K(โปรแตสเซียม) ดูแลความแข็งแรงโดยรวม

ในปุ๋ยคอกทั่วไปจะมีNมาก

ในปุ๋ยมูลไก่,มูลค้างคาว จะมี Pมาก แต่ก็ยังมีNและKด้วย ปุ๋ยตัวนี้เร่งดอกดี

คือที่จริงก็มีทั้ง๓ตัว มากน้อยต่างกัน

ตอนซื้อปุ๋ยเม็ด หากซื้อสูตรเสมอ เช่น ๑๖-๑๖-๑๖ ก็คือจะมีNPKเท่ากันทั้ง๓ตัว ถ้าใส่สูตรเสมอนี้ เวลาดอกออก ดอกจะโตแข็งแรง แต่นานๆจะออกดอกทีนึง

หากใช้สูตรตัวกลางสูงเช่น๑๒-๒๔-๑๒ ดอกจะออกบ่อยหน่อย แต่ดอกเล็ก

สูตรเสมอพวก ๑๕-๑๕-๑๕ , ๑๖-๑๖-๑๖ จะเป็นสูตรเสมอเหมือนกัน แต่ ๒สูตรนี้ต่างกันตรงระยะเวลาแสดงผลของปุ๋ย

สูตร๑๖ ต้องใส่ทุกเดือน

สูตร ๑๕ เป็นปุ๋ยละลายช้า มี ๓เดือนกับ ๖เดือน(ควรอ่านฉลากข้างถุง,กล่อง ก่อนใช้งาน

ความถี่ห่างที่ใส่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของปุ๋ยนั้นๆ

ปุ๋ยเคมีบางตัวอาจจะต้องใส่เดือนละครั้ง บางชนิดใส่๓,๖เดือนครั้งก็มี

และให้ระวังปุ๋ยปลอมเพราะปุ๋ยปลอมก็มีขายทั่วไป ซึ่งสี รูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนของจริงจนดูแทบไม่ออก จึงควรซื้อปุ๋ยกับร้านที่เชื่อใจได้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นอาจได้แป้งมันอัดเม็ดมาใส่ต้นไม้ก็ได้

 

ไม่จำเป็นไม่ควรใช้ปุ๋ยเคมี เพราะชื่อก็บอกแล้วว่ามาจากกรรมวิธีทางเคมี ซึ่งมีผลเสียคือทำให้ดินแข็ง และสภาพแวดล้อมอื่นๆเสียหายได้อีกมากมาย

 

สำหรับปุ๋ยเคมีมีสูตรต่างๆให้เลือกใช้ดังนี้ครับ

46-0-0 ยูเรีย ให้ไนโตรเจนสูง เร่งต้น และใบใส่ทางดิน เช่น ปุ๋ยแห่งชาติ, ปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง

16-16-16 ปุ๋ยสูตรเสมอ บำรุงทุกอย่าง ต้น ดอก ผล ใส่ทางดิน เช่น ปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง

12-24-12 ปุ๋ยมีฟอสฟอรัสสูง เร่งดอก ใส่ทางดิน เช่น ปุ๋ยตรากระทิง, ปุ๋ย GARDEN

8-24-24 ปุ๋ยมีฟอสฟอรัส และโปรแตสเซี่ยมสูง เร่งดอก และผลรสชาดดีใส่ทางดิน เช่น ปุ๋ยแห่งชาติ, ปุ๋ย GARDEN

15-5-5 ปุ๋ยน้ำไนโตรเจนสูง เร่งต้น และใบ ฉีดพ่นทางใบ เช่นปุ๋ยนาเชอร์ส

10-10-10 ปุ๋ยน้ำสูตรเสมอ บำรุงทุกอย่าง ต้น ดอก ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยนาเชอร์ส

9-18-9 ปุ๋ยน้ำมีฟอสฟอรัสสูง เร่งดอก ฉีดพ่นทางใบ เช่นปุ๋ยนาเชอร์ส

3-18-18 ปุ๋ยน้ำมีฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียมสูง เร่งดอก และผลรสชาดดี ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยนาเชอร์

30-20-10 ปุ๋ยเกร็ดมีไนโตรเจนสูง เร่งต้น และใบ ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยทวินเฟอร์ตี้

10-52-17 ปุ๋ยเกร็ดมีฟอสฟอรัสสูง เร่งดอก ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยทวินเฟอร์ตี้

21-21-21 ปุ๋ยเกร็ดสูตรเสมอ บำรุงทุกอย่าง ต้น ดอก ผล ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยทวินเฟอร์ตี้, โพคอน, อัลตราโซน

13-27-27 ปุ๋ยเกร็ดมีฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียมสูง เร่งดอก และผลรสชาดดี ฉีดพ่นทางใบ เช่น ปุ๋ยทวินเฟอร์ตี้ 


 [ ขึ้นบน ]  

  กำลังแสดงหน้าที่ 1/1
  << 1 >>

เพิ่มความคิดเห็น

Re หัวข้อ :
แนบรูปประกอบ : Limit 100 kB
ข้อความ :  

คลิกเปลี่ยนรหัส
ใส่รหัสที่ท่านเห็น
ชื่อ/email :