You are here: Home » คู่มือดูแลบอนไซ » การปลูกบอนไซ มะสัง

การปลูกบอนไซ มะสัง

การปลูกบอนไซ มะสัง

??????????

บอนไซ ” มะสัง “

     บอนไซต่างประเทศ บอนไซที่สั่งมาจากต่างประเทศนั้น ก็ไม่ต่างจากต้นไม้ที่ขุดจากป่ามากนัก เนื่องจากก่อนการนำเข้าประเทศ ส่วนมากมักจะถูกล้างรากก่อน แล้วห่อหุ้มรากด้วยมอสส์แห้งหรือสาหร่ายแห้ง รดน้ำให้ชุ่ม (ต้นไม้ทุกชนิดไม่ชอบให้รากฝอยอยู่ในอากาศ หรือหุ้มด้วยมอสส์โดยปราศจากดิน) ถึงจะนำเข้าประเทศได้ ข้อดีก็คือ ต้นไม้ถูกเลี้ยงอยู่ในกระถางบอนไซอยู่ก่อนแล้ว ฉะนั้นระบบรากของต้นไม้จะสมบูรณ์ และพร้อมที่จะเจริญเติบโตต่อไปถ้าหากได้รับการปลูกลงในกระถางอย่างดี ดินผสมที่ถูกต้อง ปัญหาใหม่มักจะขึ้นกับดินฟ้าอากาศเสียเป็นส่วนมาก ไม้แคระบางพันธุ์เป็นต้นไม้ที่ชอบขึ้นในเมืองหนาวโดยเฉพาะ เช่น สนจูปิเตอร์ ( Juniperus chinensis) สนดำ ( Pinus thunbergil) สนเข็มห้าใบ  Pinus parviflora)  ควินส์  (Chaenomeles sinesis) เมเปิล  (Acer paimatum)  อาซาเลีย  (Rhododendron indicum) ฯลฯ เป็นต้น ต้นไม้เหล่านี้เมื่อปลูกเลี้ยงในที่ๆอากาศเปลี่ยนแปลงมักจะอ่อนแอ มีความต้านทานโรคน้อย ในการปลูกเลี้ยงจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดียิ่งเท่านั้น ไม้แคระเหล่านี้จึงจะรอดอยู่ได้

การเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ เป้นวิธีที่ลงทุนน้อยกว่าสองข้อแรก แต่จะต้องมีความอดทน รอจนกว่าต้นไม้จะโตพอที่จะทำเป็นบอนไซ การทำบอนไซด้วยวิธนี้จะได้รับผลที่คุ้มค่า เนื่องจากสามารถดัดทรงต้น (FORM) ได้ตามความต้องการตั้งแต่ต้นไม้ยังเล็กๆ การทำกิ่งก้านสาขาก็สามารถกระทำได้อย่างถูกต้อง พันธุ์ไม้ที่ใช้ทำเป็นบอนไซนั้นมีอยู่มากชนิด  แต่ละชนิดก็มีความต้องการในเรื่อง ดินปลูก การให้น้ำ การให้ปุ๋ย ขนาดของกระถาง แสงแดดไม่เท่ากัน บางต้นเลี้ยงง่าย บางต้นเลี้ยงยาก บางต้นเหมาะที่จะทำเป็นบอนไซขนาดใหญ่  บางต้นเหมาะที่จะทำเป็นบอนไซขนาดเล็ก

ผู้ เขียนได้พยายามศึกษาถึงนิสัย และความต้องการของต้นไม้เหล่านี้ พยายามรวบรวมรายละเอียดในวิธีการปลูกเลี้ยง และได้สอบถามถึงประสบการณ์ของผู้เลี้ยงบอนไซหลายท่านเท่าที่จะกระทำได้ ซึ่งวิธีการนี้อาจจะไม่เหมือนกับที่อีกหลายท่านได้ศึกษาค้นพบ เพราะฉะนั้น วิธีปลูกเลี้ยงบอนไซที่จะเขียนถึงนี้อาจจะไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด  แต่คงจะมีประโยชน์บ้างวำหรับผู้เริ่มเลี้ยงไม้แคระอีกหลายๆท่าน

การปลูกบอนไซ  ” มะสัง ”

ดินปลูก   ควรผสมดินให้ ใกล้เคียงกับธรรมชาติที่มะสังขึ้นอยู่ตามป่า ดินที่มะสังชอบขึ้นมักจะเป็นดินทรายที่ละเอียด ฉนั้นในการเตรียมดินปลูกใช้ดินร่วน 5 ส่วน (ดินเหนียวไม่ควรใช้อย่างยิ่ง) ทรายละเอียด 4 ส่วน ใบไม้ผุหรือปุ๋ยคอก 1 ส่วนผสมให้เข้ากัน

การเตรียมดินปลูก

การเตรียมดินปลูก

การปลูกลงกระถาง   ในที่นี้จะไม่กล่าวถึง มะสังเพาะเมล็ด จะกล่าวถึงเฉพาะมะสังที่ขุดจากป่าหรือที่เรียกว่า มะสังตุ้ม (ดิน) เพราะเหตุว่ามะสังเพาะเมล็ดไม่ค่อยจะมีปัญหาในเรื่องการปลูกลงกระถางบอนไซ เท่าใดนัก เนื่องจากมะสังที่เพาะเมล็ด มักจะปลูกด้วยดินสวนทั่วไป ดินเหนียวผสมด้วยกาบมะพร้าวชิ้นเล็กๆ  โดยคำนึงแต่เพียงการระบายน้ำให้ดีเท่านั้น ต้นไม้ชินกับดินเหนียวตั้งแต่ต้นเล็กๆจึงไม่มีปัญหาเรื่องรากเน่า และเมื่อนำมาปลูกลงกระถางบอนไซ ระบบรากก็ไม่ตัดทอนมากมายเหมือนมะสังที่ขุดจากป่า เนื่องจากส่วนใหญ่แล้ว ต้นมะสังที่ขุดจากป่านั้นมักจะเหลือรากอยู่ในตุ้มดินไม่มากนัก ถ้าหากตุ้มไหนมีรากมากหน่อยก็จะมีโอกาสรอดได้มากกว่าตุ้มที่มีรากเพียงไม่ กี่เส้น โดยธรรมชาติแล้วเมื่อมะสังถูกตัดรากแก้วซึ่งมีขนาดย่อมกว่าลำต้นเล็กน้อย ต้นมะสังจะสร้างเปลือกหุ้มส่วนที่ถูกตัดนั้น ถ้ามะสังต้นเล็กๆก็จะหุ้มได้เร็ว ถ้ามะสังต้นใหญ่ก็จะกินเวลากว่ามาก ในระหว่างที่เปลือกหุ้มรากอยู่นั้นอาจทำให้เชื้อราเข้าสู่ลำต้น ถ้าหากดินในตุ้มแฉะเกินไปทำให้แผลเน่าลุกลามไป อาการที่สังเกตได้ง่ายก็คือ มะสังจะชงักการแตกยอดและยอดที่เหลืออยู่จะดำไหม้เหี่ยวแห้งตายไปในที่สุด ฉนั้นเมื่อพักไม้ตุ้มไว้ควรที่จะระมัดระวังเรื่องการระบายน้ำให้มาก

การปลูกลงกระถาง

การปลูกลงกระถาง

เมื่อซื้อมะสังที่เป็นไม้ตุ้มหรือไปขุดมาแล้วควรพักไม้ตุ้มเหล่านี้ไว้ สักระยะหนึ่ง หรือเปลี่ยนจากตุ้มลงกระถางปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่กว่าตุ้ม พักไม้ไว้ในที่ร่มรำไรและที่ๆมีความชื้นสูง อย่าให้ดินแฉะ ระหว่างพักฟื้นไม่ควรโยกย้ายกระถางหรือตุ้มดินโดยไม่จำเป็น เพราะจะทำให้ต้นไม้ชงักงัน เมื่อมะสังแตกใบใหม่แข็งแรงแล้ว ให้นำออกเลี้ยงกลางแจ้งตามปกติ ไม่ควรวางกระถางหรือตุ้มดินบนพื้นดิน เพราะจะทำให้มะสังแตกรากลึกลงในดิน จะทำให้ยากแก่การเข้ากระถางบอนไซในภายหลัง

เมื่อตกแต่งต้นได้รูปทรง

เมื่อตกแต่งต้นได้รูปทรง

หลังจากมะสังพักฟื้นเหล่านี้แตกกิ่งก้าน มีใบเขียวจัด หนาแข็ง ก็ถึงเวลาเปลี่ยนจากตุ้มหรือกระถางพักลงสู่กระถางบอนไซต่อไป ซึ่งจะกินเวลาประมาณ 6 เดือนหรือกว่าเล็กน้อย นำมะสังออกจากตุ้มหรือกระถางพัก ตัดกิ่งก้านที่ไม่ต้องการออกให้หมด กิ่งจำเป็นที่จะเก็บไว้ควรตัดให้สั้น เด็ดใบออกให้หมดเพื่อกันการระเหยน้ำเลี้ยงออกจากต้น

การเปลี่ยนดิน   ควรทำการ เปลี่ยนดินทุกๆ 2 ปีถ้าเป็นกระถางเล็กๆควรเปลี่ยนดินทุกปี มะสังที่เลี้ยงในกระถางบอนไซ เมื่อรากแตกเต็มกระถางควรจะมีการเปลี่ยนดินให้ เพื่อความสมบูรณ์และมีการแตกรากใหม่ วิธีการที่ผู้เขียนกระทำอยู่ใช้วิธีล้างราก โดยเริ่มเด็ดใบเก่าทิ้งให้หมด (มะสังที่จะเปลี่ยนดินจะต้องมีใบแก่ทั้งต้น) นำดินออกจากกระถางด้วยเกรียงหรือมีดบาง กรีดดินด้านในกระถางโดยรอบ ใช้นิ้วมือดันก้นกระถาง ดินก็จะหลุดออกโดยง่าย นำดินมะสังไปแช่น้ำไว้ประมาณ 15 นาที แล้วใช้มือเขี่ยดินออก หรืออีกวิธีหนึ่งบางท่านใช้น้ำฉีดดินออกให้เหลือแต่ราก หลังจากนี้จนกว่าจะเปลี่ยนดินเสร็จควรระวังอย่าให้รากแห้ง ควรจะตัดรากแก่มากออกเท่าที่จำเป็น เพื่อมะสังจะได้แตกรากใหม่เสร็จแล้วใช้ตะแกรงลวดรองก้นกระถาง  ใส่กรวดเม็ดเล็กลงไป ใส่ดินผสมลงไปประมาณครึ่งกระถาง วางต้นมะสังที่มีแต่รากลงไป เทน้ำที่แช่มะสังในตอนแรกออกให้เหลือแต่ขี้โคลน นำขี้โคลนนี้ราดลงไปเคลือบรากมะสังให้ทั่ว เสร็จแล้วเอาดินผสมใส่ลงไปจนถึงขอบกระถาง ย้ายกระถางเปลี่ยนดินใหม่ไว้ในที่ร่มรำไรประมาณสองอาทิตย์ ก็ย้ายออกเลี้ยงตามปกติ

masang3a

 

การให้ปุ๋ย เนื่องจากมะสังเป็นต้นไม้ที่ชอบปุ๋ยมาก ฉนั้นผู้ปลูกเลี้ยงไม่ควรละเลยในการให้ปุ๋ยแก่มะสังเป็นประจำ ปุ๋ยที่ใช้ถ้าเป็นปุ๋ยเคมีควรผสมให้เจือจาง นอกจากนี้ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยปลาก็ได้ โดยให้ปุ๋ยประมาณสามเดือนต่อครั้ง

masang4a

ดูแลอย่างดี

 

นำมาจาก http://www.bonsaibaan.com