You are here: Home » คู่มือดูแลบอนไซ » ลักษณะและสายพันธ์ุของชวนชม

ลักษณะและสายพันธ์ุของชวนชม

ลักษณะและสายพันธ์ุของชวนชม

สายพันธุ์ฮอลแลนด์  , โอบิซุม( Obesum )

สายพันธุ์ฮอลแลนด์ , โอบิซุม( Obesum )

1 สายพันธุ์ฮอลแลนด์  , โอบิซุม( Obesum )

มีถิ่นกำเนิดในอาฟริกา พบทางตอนใต้ของซาอีลแทนซาเนีย ซิมบักเวย์  เคนย่า  เป็นชนิดแรกที่นำเข้ามาในประเทศไทย  สันนิษฐานว่านะจะนำเข้ามาจากดินโดนีเซีย  ซึ่ง ชวนชมสายพันธุ์นี้พบเห็นกันทั่วไปในประเทศไทย  จนบางครั้งถูกเรียกว่าพันธุ์ไทย หรือพันธุ์พื้นเมือง  ลักษณะเด่นของชวนชมชนิดนี้ ลำต้นจะแตกกิ่งแขนงมาก  โขดไม่ค่อยใหญ่  ใบมัน  ไม่มีขนสีเขียวอ่อน ดอกสีชมพู  กลีบดอกสีชมพูเข้ม กรวยดอกสีเหลือง มีระยางค์อันเรณู  5  เส้น ต่อมาภายหลังมีการนำเข้าไม้ชนิดนี้จาก สหรัฐอเมริกา ฮอลแลนด์  ไต้หวัน  และมีการปรับปรุงและคัดเลือกสายพันธุ์ทั้งในและต่างประเทศ  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีโขดขนาดใหญ่ขึ้นและสีสรรของดอกมีความหลากหลาย สวยสดงดงาม จัดเป็นไม้สียอดนิยม และมีชื่อเรียกขานมากมายหลายร้อยชื่อ เช่น

มิสไทยแลนด์ 
แสงรัศมี 
แดงสยาม 
แดงขอบม่วง
แดงไต้หวัน 
แดงมงคล 
แดงยูโร 
ไพสิฐสตาร์ 
บี 52  
ละอองทอง
มหาลาภ
อั่งเปา
ยูเอสสตาร์

สายพันธุ์ยักษ์ญี่ปุ่น , ( Somalense )

สายพันธุ์ยักษ์ญี่ปุ่น , ( Somalense )

2 สายพันธุ์ยักษ์ญี่ปุ่น , ( Somalense )

1) ยักษ์ญี่ปุ่น
     มีถิ่นกำเนิดในอาฟริกา พบที่แทนซาเนียโซมาเลีย เคนย่า เป็นชวนชมยักษ์ชนิดหนึ่ง  ที่มีลำต้นตรงใหญ่ สูงชะลูด แตกกิ่งด้านข้างน้อย  ใบเรียวแคบ ใบไม่มี ขน ใบสีเขียวสดใส เห็นเส้นใบขาวเด่นชัด  ดอกมีขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง ดอกสีชมพู หรือแดง  กรวยดอกมีเส้นสีเหลืองชัดเจน 15-25 เส้น เป็นไม้ที่ออกดอกดกมาก  จะทิ้งใบหมดหากกระทบแล้ง และออกดอกตามลำต้นและกิ่งหลัก  เคยมีผู้พบเห็นในท้องถิ่นเดิมของอาฟริการายงานว่าสูงกว่า 5 เมตร มีโคนใหญ่กว่าถัง 200 ลิตร
ยักษ์ญี่ปุ่นที่สะสมในไพสิฐฟาร์ม มีดังนี้
1.1) ยักษ์ญี่ปุ่นใบเงิน  มีลักษณ์ดังนี้
–  ใบสีเงินมันวาว  ไม่มีขน  ใบเรียว  ปลายใบแหลม
–  มีลำต้นและกิ่งก้านที่แข็งแรง  สำต้นมีขนาดใหญ่
–  ดอกดก  ออกดอกตามลำต้นและกิ่งก้าน  ดอกมีขนาดกลางๆ  ดอกสีแดงเข้ม กรวยดอกมีลายเส้นสีเหลืองชัดเจน  เวลาออกดอกมักทิ้งใบ
–  ตามธรรมชาติติดฝักค่อนข้างยาก  ฝักมีขนาดใหญ่ เมล็ดเรียวยาว
–  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีใบสีเงินมันวาว มีลำต้นขนาดใหญ่ และแข็งแรง
1.2) ยักษ์ญี่ปุ่นใบด่าง  มีลักษณะดังนี้
–  ใบด่าง  มีทั้งสีเหลืองสลับเขียวปนขาว  ใบห่อ ใบมัน ไม่มีขน  ใบเรียว  ปลายใบแหลม
–  มีลำต้นและกิ่งก้านแข็งแรง  สำต้นสีขาวนวล
–  ดอกดก  ออกดอกตามลำต้นและกิ่งก้าน  ดอกมีขนาดเล็ก ดอกสีชมพู กลีบดอกสีชมพูเข้ม กรวยดอกสีเหลืองอ่อน  มีเส้นกรวยดอกสีเหลืองชัดเจน เวลาออกดอกมักทิ้งใบ
–  ตามธรรมชาติติดฝักพอประมาณ ฝักมีขนาดใหญ่ เมล็ดเรียวยาว
–  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดใบไม่ด่าง แต่มีลักษณะที่ดี  โตเร็วและแข็งแรง
1.3) ยักษ์ญี่ปุ่นกิ่งแดง  มีลักษณะดังนี้
–  ลำต้นกิ่งก้านสีน้ำตาลอมแดง  ลำต้นมีขนาดใหญ่และแข็งแรง
–  ใบยาวเรียว ปลายใบมน  ใบสีเขียว ใบมัน ไม่มีขน มีเส้นกลางใบสีขาวชัดเจน
–  ดอกดก  ออกดอกตามลำต้นและกิ่งก้าน  ดอกมีขนาดเล็ก  ดอกสีชมพู  กลีบดอกสีแดง  เส้นกรวยดอกสีแดงและชัดเจน
–  ตามธรรมชาติติดฝักค่อนข้างยาก  ฝักมีขนาดใหญ่ เมล็ดใหญ่เรียวยาว
–  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีลักษณะที่ดี  โตเร็ว และแข็งแรง
1.4) ยักษ์ญี่ปุ่นกำแพง  มีลักษณะดังนี้
–  ปลายกิ่งของลำต้นจะแตกเป็นกำแพง  ออกดอกด้านบนกำแพงเป็นกลุ่มๆ   และออกดอกตามลำต้น  ดอกสีชมพูอ่อน  เส้นกรวยดอกสีแดง ดอกดกมาก  เวลาออกดอกมักทิ้งใบ  ทำให้เห็นดอกเต็มต้น  แลดูสวยงามมาก
–  ใบสีตองอ่อน  เรียวยาว  มีเส้นสีขาวกลางใบชัดเจน
–  ลำต้นสีขาวนวล  มีกิ่งก้านค่อนข้างอ่อน  ไม่แข็งแรง
–  ตามธรรมชาติติดฝักพอประมาณ  ฝักมีขนาดกลางๆ เมล็ดเรียวยาว
–  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีลักษณะคล้ายต้นแม่ ดอกดกและออกดอกด้านบนกำแพงเป็นกลุ่มๆ
1.5) ยักษณ์ญี่ปุ่นใบมัน  มีลักษณะดังนี้
–  ใบมันวาวเขียวเข้ม  ใบมนป้าน  มีเส้นใบสีขาวชัดเจน
–  มีลำต้นและกิ่งก้านแข็งแรง  ลำต้นสีเทาอมเขียว
–  ดอกดก  ออกดอกตามลำต้นและกิ่งก้าน  ดอกมีขนาดเล็ก  ดอกสีชมพู  กลีบดอกสีชมพูเข้ม เส้นกรวยดอกสีแดงชัดเจน  เวลาออกดอกมักทิ้งใบ
–  ตามธรรมชาติติดฝักพอประมาณ  ฝักมีขนาดปานกลาง  เมล็ดเรียวยาว
–  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีลักษณะที่ดี  โตเร็วและแข็งแรง
1.6) ยักษ์ญี่ปุ่นใบเล็ก  มีลักษณะดังนี้
–  ใบเรียวเล็ก ปลายใบแหลม สีเขียวตองอ่อน มีเส้นใบชัดเจน  เส้นกลางใบด้านโคนใบสีแดง
–  มีลำต้นและกิ่งก้านที่แข็งแรง  ลำต้นสีเทาอมเขียว  มีลำต้นขนาดใหญ่
–  ดอกรูปดาว  สีชมพู  กลีบดอกสีชมพูเข้ม  ดอกมีขนาดเล็ก  มีเส้นกรวยดอกสีแดงชัดเจน
–  ตามธรรมชาติติดฝักค่อนข้างยาก  ฝักมีขนาดปานกลาง  เมล็ดเรียวยาว
–  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีลักษณะที่ดี  โตเร็วและแข็งแรง
2) ยักษ์ญี่ปุ่นแคระ
มี ถิ่นกำเนิดในอาฟริกา  พบที่โซมาเลีย  แทนซาเนีย เคนย่า  เป็นไม้พุ่มเตี้ย  มีโขดกลมอยู่ใต้ดิน  ใบเรียวแคบยาวแหลม  ขอบใบหยิกเป็นคลื่น  ใบมันไม่มีขน ใบมีสีเขียว หรือสีเทาหรือสีน้ำตาล  เห็นเส้นใบชัดเจน ดอกมีขนาดเล็ก ดอกสีชมพู แดง หรือ ลาย  กรวยดอกมีเส้นสีชัดเจน ประมาณ 15 เส้น  เป็นไม้ที่ออกดอกดกมากช่วงการบานนาน  สายพันธุ์นี้นำเข้ามาในประเทศไทยจากแหล่งเพาะพันธุ์ในสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน ปลูกเลี้ยงกันในชื่อ  ยักษ์แคระอเมริกา  ยักแคระลำลูกกา ลินฟอร์มาซา    และอื่นๆ  อีกมากมายหลายชนิด  ในปัจจุบันมีการนำไม้ชนิดนี้มาปรับปรุงและคัดเลือกสายพันธุ์ทั้งในและต่าง ประเทศ  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีใบและดอกสีสวยสดงดงามมากมายหลายชนิด  จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “กลุ่มลูกผสมยักษ์ญี่ปุ่นแคระ”   ปัจจุบันมีการนำไม้ชนิดนี้มาทำเป็นไม้สีเสียบยอด และมีการจำหน่ายรวมกันกับไม้สีเสียบยอด” กลุ่มลูกผสมฮอลแลนด์ ”  จนบางครั้งหากไม่สังเกตุให้ดี  จะแบ่งแยกไม้สองกลุ่มดังกล่าวข้างต้นไม่ค่อยออก

 

3) ยักษ์ญี่ปุ่นลูกผสม
มัก เป็นลูกผสมระหว่างยักษ์ญี่ปุ่นกับฮอลแลนด์ ในประเทศไทยมักมีการปลูกรวมกันระหว่างยักษ์ญี่ปุ่นกับฮอลแลนด์ในแหล่งเพาะ เลี้ยงต่างๆ ทำให้เกิดลูกผสมที่หลากหลายและมากมาย และมักได้ลักษณะลูกผสมที่ดีทั้ง ดอก ลำต้น และโขด มากมายนานาชนิด
* ยักษ์ญี่ปุ่นลูกผสม ในไพสิฐฟาร์มที่เด่นๆ มีดังนี้
3.1) ยักษ์ ญี่ปุ่นลูกผสม “ศรีไพสิฐ” เป็นไม้เพาะเมล็ดเป็นลูกผสมระหว่างยักษ์ญี่ปุ่นกับฮอลแลนด์ อายุ 10 ปี โขดมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 70-80 เซนติเมตร สูงประมาณ 2.20 เมตร โขดลำต้นและใบมีสีเขียว ดอกสีชมพู กลีบดอกด้านนอกสีแดง ดอกมีขนาดปานกลาง ออกดอกดกตลอดทั้งปี ให้ฝักปานกลาง เมล็ดมีขนาดยาวและใหญ่กว่ายักษ์ญี่ปุ่นแท้ ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะเจริญเติบโรเร็๋วมาก โดยเฉพาะโขดจะโตเร็วกว่าฮอลแลนด์ 1-2 เท่าตัว ลำต้นมักขึ้นเป็นลำต้นเดียวมีขนาดใหญ่ โขดลำต้นและใบมีสีเขียวสด ดอกสีชมพูอมแดง เหมาะสำหรับทำเป็นตอเสียบยอดไม้เดี่ยว (ยอดเดี่ยว) เพราะโขดโตไว โขดสีสวยและมีรูปทรงที่ดี หรือจะปลูกเป็นไม้จัดสวนก็ได้ เพราะมีลำต้นและกิ่งก้านที่แข็งแรง
3.2) ยักษ์ญี่ปุ่นลูกผสม “ยักษ์กอ”
สันนิษฐาน ว่าเป็นไม้ลูกผสมระหว่างยักษ์ญี่ปุ่นกับ ชวนชมสายพันธุ์อื่นๆ หลายสายพันธุ์ ไม่มีใครระบุสายพันธุ์ได้แน่นอน บ้างก็ว่าน่าจะเป็น “มัลติฟอรัม ” มีลักษณะโครงสร้างลำต้นทั่วไปคล้ายชวนชมพื้นเมือง เจริญเติบโตเร็ว ต้นแม่เป็นกิ่งปักชำล้ำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7-8 นิ้ว สูงกว่า 2 เมตร ลักษณะเด่นที่แยกได้ชัดเจนคือ ใบมีสีเขียวอมเทาเป็นมัน มีเส้นสีแดงกลางใบเห็นได้ชัดเจน มีลักษณะใบคล้ายยักษ์ญี่ปุ่น ดอกสีชมพูมีขนาดปานกลาง กลีบดอกแหลม ระยางค์อันเรณูยาวเลยส่วนกรวยดอก ออกดอกตลอดทั้งปี ให้ฝักปานกลาง เมล็๋ดสมบูรณ์ใหญ่ป้อม ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะเจริญเติบโตเร็วมาก โดยเฉพาะโขดจะโตเร็วกว่า ฮอลแลนด์ 1-2 เท่า ลักษณะเด่นเฉพาะตัวคือ ลำต้นจะแตกเป็นกอ จากโขดประมาณ 4-6 ลำ มีเส้นกลางใบสีแดง เหมาะสำหรับทำเป็นตอเสืยบไม้พุ่ม (เสียบหลายยอด) เพราะโขดโตไวและมีลำต้นหลายลำ หรือจะปลูกเป็นไม้จัดสวนก็ได้ เพราะมีลำต้นที่เป็นกอที่สวยงาม
3 สายพันธ์อาลาบิคัม , ( Arabicum )

3 สายพันธ์อาลาบิคัม , ( Arabicum )

3 สายพันธ์อาลาบิคัม , ( Arabicum )

– โขดอยู่ที่โคนต้น สามารถผลัดใบได้เอง
มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบคาบสมุทรอาหรับ  ทางตอนใต้และตะวันตกของคาบสมุทรอาหรับ  ลำต้นสูงใหญ่  ส่วนใหญ่ใบมักมีขนละเอียดนุ่ม  ดอกมักมีสีชมพูและมีขนาดเล็ก  ออกดอกตามกิ่งก้านหรือลำต้น ฝักมักมีสีแดงเข้ม  ฝักและเมล็ดมักมีขนาดใหญ่  ชวนชมชนิดนี้สามารถแบ่งลักษณะลำต้นออกเป็น  2  ลักษณะดังนี้
–  ลำต้นสูงแบบไม้ยืนต้น  จะมีลำต้นที่สูงชะลูด  ลำต้นจะแตกออกจากฐานโขดหลายลำ  ลำต้นชี้ขึ้นตรงมักเจริญติบโตในแนวสูงมากกว่าการขยายในแนวราบ  อาจสูงได้ถึง  4  เมตร  ที่พบเห็นในประเทศไทยเช่น  ยักษ์หน้าวัง  เป็นต้น
–  ลำต้นเตี้ย  ลำต้นจะขึ้นเป็นแท่งหลายแท่งจากฐานโขด  มักเจริญเติบโตในแนวราบ  มากกว่าแนวสูง  ฐานโขดมักมีขนาดใหญ่  โขดอาจมีขนาดใหญ่ถึง 1 เมตร  สูงประมาณ 2.50 เมตร  ที่พบเห็นในประเทศไทย เช่น  ยักษ์เยเมน เป็นต้น
ชวนชมชนิดนี้ส่วนใหญ่ทะยอยนำเข้ามาในประเทศไทย  ทั้งเมล็ด กิ่ง และต้น จากผู้ที่เคยทำงานในตะวันออกกลางตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปี ที่ผ่านมา  ซึ่งได้มาจากหลายแหล่ง  หลายสายพันธุ์  ชวนชมชนิดนี้มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วกว่าชวนชมพื้นเมืองทั่วไป เพราะโขดมีขนาดใหญ่กว่ามาก  ในบ้านเรานั้นมักเรียกชื่อสายพันธุ์ตามแหล่งที่นำไปเพาะเลี้ยง เช่น ยักษ์ลพบุรี  ยักษ์สิงห์บุรี  เพชรเมืองคง(โคราช) เป็นต้น  ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีความแตกต่างกันไป  ปัจจุบันมีการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ไปมาก  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดรุ่นใหม่ในประเทศไทยมีเอกลักษณ์แตกต่างจากสาย พันธุ์ดั้งเดิมมาก

ยักษ์อาหรับ ในประเทศไทย สามารถจำแนกได้ ดังต่อไปนี้

1)
ยักษ์เยเมน < Arabicum : Yak – Yamen>
2)
ยักษ์เกษตร
3)
ยักษ์สิงห์บุรี < Arabicum : Yak-sing-Bu-Ri>
4)
ยักษ์ลพบุรี
5)
ยักษ์หน้าวัง < Arabicum : Yak – Na – Wang>
6)
ยักษ์ดำ-สายสิงห์บุรี
7)
เพชรเมืองคง < Petch Muang Kong >
8)
เพชรหน้าวัง A5  < Petch Na Wang A5>
9)
เพชรหน้าวัง A6 < Petch Na Wang A6>
10)
ยักษ์ดำ – สายโคราช < Black Giant – Korat >
11)
อัศวินดำ – สายโคราช < Black Knight – Korat >
12)
อัศวิน – สาย7 < Black Knight – Sai7 >
สายพันธุ์โซโคทรานัม , ( Socotranum )

สายพันธุ์โซโคทรานัม , ( Socotranum )

4 สายพันธุ์โซโคทรานัม , ( Socotranum )
ไทย โซโคทรานั่ม < Thai Socotranum >

มีถิ่นกำเนิดในเขตอาหรับตอนใต้  จะพบได้มากที่สุดที่เกาะโซโคทร้าของเยเมน  ถือว่าเป็นชวนชมยักษ์ที่แท้จริง มีรายงานว่าพบสูงถึง 6 เมตร  โขดกว้างเกือบ 2 เมตรครึ่ง  ต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะเห็นความแตกต่างจากชวนชมชนิดอื่นได้อย่างชัดเจน  เอกลักษณ์เฉพาะตัวคือลำต้นจะขึ้นเป็นแท่งๆ เดียว  ดูคล้ายบอนไซหรือต้นไม้ที่มีรากชี้ฟ้า  ส่วนโขดจะมีรากที่ใหญ่บิดงอซับซ้อนสวยงามมาก  ดอกดก  ออกดอกประมาณปีละ 2 ครั้ง  ในฤดูหนาวและฤดูร้อน  ดอกสีชมพูมีขนาดเล็ก  เวลาออกดอกมักทิ้งใบ  ใบมันไม่มีขน  สีเขียวเข้ม มีสีเส้นกลางใบชัดเจน
สำหรับประเทศไทยเรา  มีผู้ไปทำงานที่ซาอุดิอาราเบีย นำกิ่งปักชำมาปลูกไว้ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “เพชรบ้านนา”  นอกจากนั้นยังมีผู้นำเข้าต้นกล้าขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยมาปลูกและเพาะเลี้ยง ที่ ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นที่มาของ “ยักษ์หนองแหน (ดำริสิทธิโชค) ” ต่อมาภายหลังมีผู้นำลูกไม้ของยักษ์หนองแหนไปปลูกที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเทริงเทรา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “เพชรหนองแหน” หรือเจ้าของเรียกว่า “ดำริสิทธิโชค”  ต่อมาภายหลังมีผูนำลูกไม้ของเพชรหนองแหน ไปปลูกที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา จึงเป็นที่มาของชื่อ “ยักษ์บางคล้า”  ในการนำเข้ามาในบ้านเราครั้งแรกนั้น  เข้าใจว่าเป็นยักษ์อาหรับหรือยักษ์ซาอุ ธรรมดา  ต่อมาภายหลังจึงค้นพบเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความแน่นอนชัดเจน  จึงได้แน่ใจกันว่าเป็นสายพันธุ์ “โซโคทรานั่ม”
ตามธรรมชาติชวนชมชนิดนี้ติดฝักค่อนข้างยาก  แต่ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีความนึ่งของสายพันธุ์สูงและมักไม่กลาย พันธุ์  จัดเป็นชวนชมสายพันธุ์ที่มีน้อยที่สุดและหาได้ยากมากที่สุด  ทั้งในประเทศ และในโลกนี้  ดังนั้นทั้งเมล็ด  ต้นกล้า  ต้นขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จึงมีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด  และมีราคาอยู่ในระดับสูงมาก
เรามีเมล็ด  ต้นกล้า  ลูกไม้เพาะเมล็ด  ไม้เสียบยอด  สายพันธไทย ุ์โซโคทรานั่ม  นานาชนิดให้ท่านเลือกสรร
ไทย โซโคทรานั่ม ในประเทศไทย สามารถจำแนกได้ ดังต่อไปนี้

 

1)
เพชรบ้านนา >
1) ต้นแม่เป็นกิ่งปักชำ  นำเข้ามาจากประเทศซาอุดิอาราเบีย  มาปลูกที่อำเภอบ้านนา  จังหวัดนครนายก
2) ลักษณะเพชรบ้านนา
–  ลำต้นขึ้นเป็นแท่ง  มักแตกเป็นพุ่มอยู่ด้านบน
–  มีกิ่งก้านสาขามาก  กิ่งแผ่ขนานเกือบระนาบเดียวกับพื้น
–  ลำต้นและกิ่งก้านมีสีขาวนวล
–  ใบมันวาว  และเรียวยาว ใบแผ่ผ่าย  ใบไม่มีขนทั้งหน้าใบและหลังใบ
–  ให้ดอกดก ดอกสีขมพูอ่อน  ดอกมีขนาดเล็ก ออกดอกมักทิ้งใบ  ออกดอกในฤดูหนาว และฤดูร้อน
–  ตามธรรมชาติติดฝักยาก ฝักขนาดกลางๆ เมล็ดมีขนาดใหญ่
–  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความนิ่งของสายพันธุ์สูง
2)
เขาหินซ้อน < Thai Socotraunm : Kao-Hin-Zon>
1) ต้นแม่ได้มากจาก ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
2) ลักษณะเขาหินซ้อน
–  ล้ำต้นขึ้นเป็นแท่ง  กิ่งใหญ่และมีกิ่งแข็ง
–  รากใหญ่ กิ่งก้านแผ่คล้ายบอนไซ
–  ใบมัน สีเขียวตองอ่อน  ใบห่อ  ปลายใบแหลม  ใบไม่มีขนทั้งหน้าใบและหลังใบ
–  ตามธรรมชาติติดฝักยาก ฝักมีขนาดกลางๆ เมล็ดมีขนาดใหญ่
–  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดมีลักษณะที่หลากหลาย  แต่มีลักษณะที่ดี
3)
เอส 1
1) ต้นแม่เป็นไม้เพาะเมล็ด นำเข้ามาจากต่างประเทศ
2) ลักษณะของ “เอส1″
–  โขดกลม  เนียนเรียบและสวย
–  กิ่งก้านสาขาแตกเป็นพุ่มด้านบน
–  ใบมัน  ใบกลมใหญ่  ปลายใบป้าน  มีเส้นแดงกลางใบ
–  ดอกสีชมพูสด  กรวยดอกมีเส้นลายแดงเข้ม
–  ตามธรรมชาติติดฝักยาก  ฝักมีขนาดกลางๆ  เมล็ดมีขนาดใหญ่
–  ลูกไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ด  มีลักษณะที่ดี และมีความนิ่งของสายพันธุ์สูง
4)
เพชรกรุงเก่า < Petch Krung Kao>
5)
บางคล้า
6)
ชฏาทอง
7)
ชฏาเพชร

8)

มงกุฏทอง  < Golden Crow>
9)
มงกุฎเพชร
10)
เพชรกาญจนา
11)
เพชรพระนคร

 

ที่มาจาก

http://pingchaunchom.wordpress.com/