You are here: Home » คู่มือดูแลบอนไซ » การจัดหาต้นไม้เพื่อทำบอนไซ

การจัดหาต้นไม้เพื่อทำบอนไซ

การจัดหาต้นไม้เพื่อทำบอนไซ

บอนไซเมื่อจัดแต่งแล้ว

บอนไซเมื่อจัดแต่งแล้ว

การทำบอนไซเป็นเรื่องการหาต้นไม้มาใส่กระถางในที่บังคับ และกำหนดให้เติบโตโดยมีรูปพรรณสัณฐาน ตามความต้องการของเจ้าของ  ฉะนั้นการได้ต้นไม้มาจึงเป็นจุดเริ่มต้น ของการปลูกบอนไซ หลักทั่วไปก็ควรเป็นต้นไม้ยืนต้น และ สามารถมีอายุยืนนานยิ่งนานเท่าใดก็จะทำให้บอนไซมีค่ามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงควรมุ่งถึงพันธุ์ไม้เนื้อแข็งจะเป็นต้นอะไรก็ได้ อย่างไรก็ดีญี่ปุ่นเขาก็ไม่จำกัดและถือเป็นหลักเคร่งครัดนัก ส่วนมากไม้ของญี่ปุ่นมักเป็นต้นเมเปิ้ล นอกจากนั้นก็มีไม้ผล เช่น แอปเปิล พลำไม้ดอกเขาก็ใช้ Azelea และเฟื่องฟ้า เคยเห็นต้นไผ่ก็มี อีกอย่างหนึ่งที่เขาเอามาทำบอนไซ คือ ซูวาโบกี (ligularia tussilaginea) ซึ่ง เป็นไม้กอ ลักษณะ คล้ายบัว บีใบกลมๆ คล้ายใบบัว ออกดอกสีเหลืองคล้ายดวงเรือง วิธีได้พันธุ์ไม้ มาก็มีหลายอย่าง คือ การซื้อจากร้านขายต้นไม้ การเพาะเมล็ด การติดตา ต่อกิ่ง การตัดกิ่งชำ การตอนและแยก และการขุดต้นจากป่า ดังจะขอแยกเรื่องออกศึกษาเป็นเรื่องๆ ดังต่อไปนี้

1.การซื้อ

การ ซื้อต้นไม้จากผู้นำมาขายจากต่างจังหวัดและตามร้าน ขายต้นไม้เป็นวิธีง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่มีทุนทรัพย์ แต่ไม่มีเวลาจะไปหาต้นไม้ด้วยตนเอง วิธีนี้ออกจะสิ้นเปลืองหน่อย ได้เคยลองดู 2-3 ครั้ง ซื้อมาสัก10ต้น เพื่อเป็น ตัวอย่าง แล้วก็มิได้ทำอีกสู้ไปหาเองไม่ได้ ประการแรก เป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น นอกจากนั้นถ้าไม่มีความ ละเอียดพอ มีการตรวจต้นไม้ให้แน่ชัดก่อน เมื่อนำมาปลูก ไม่กี่วันก็จะเกิดความเสียใจ เพราะต้นไม้ตายไปเฉยๆ เมื่อแกะดินออกตรวจปรากฏว่าบางต้นไม่มีรากอยู่เลย เพราะไม้บางชนิดอาศัยน้ำในลำต้นได้หลายวันและแตกกิ่งอ่อนให้เห็นเสียด้วย เมื่อหมดอาหารในลำต้นก็ต้องตาย บางต้นเขาเอาดินใส่และห่อด้วยพลาสติก แต่มิได้เจาะรูให้น้ำระบายได้ เมื่อเอามาปลูกรากเน่าเหม็นจนแมลงวันตอมแล้วก็ตาย นอกจากนั้นส่วนมากเป็นไม้ที่นำมาจากต่างจังหวัดผู้ขุดมิได้ให้ความระมัดระวังเพียงพอ เช่น ปล่อยให้ดินแตก ใส่รถซึ่งไม่มีหลังคาถูกแดดเผ้าไหม้เกรียมและทิ้งอยู่หลายๆวัน เมื่อมาถึงมือเราก็สุดความสามารถที่จะช่วยไว้ได้ ปัญหาสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็ คือ การเรียกชื่อแต่ละท้องถิ่นนั้นไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นไม้คนละอย่างกับที่ควรจะเป็น เคยซื้อต้นไม้ชนิดหนึ่ง ผู้ขายบอกว่าต้นมะแอ ขณะนั้นมีแต่ใบอ่อน ไม่อาจจะพิจารณาได้ว่าเป็นต้นอะไร เมื่อเอามาแล้วนำไปเทียบกับต้นไม้ในป่าซึ่งมีอยู่มากมาย ก็คือต้นพลองนี่เอง ในปัจจุบันมีผู้สั่งสำหรับบอนไซจากต่างประเทศมาขายกันมาก เช่น ต้นชา เอม ไทร เป็นต้นแต่ต้นหนึ่งมีมูลค่าเป็นพันๆบาท ดูไม่สู้จะคุ้มกัน การซื้อเอามาเพื่องานอดิเรกก็จำต้องอดใจ ปัญหาเรื่องการซื้อต้นไม้แปลกๆ และราคาแพงนี้ผมได้รับคำสั่งสอนจาก คุณครูที่เคารพไว้ว่า ถ้าไปเห็นต้นไม้ราคาแพงแล้วเกิดชอบอยากได้ ในวันนั้นอย่างเพิ่งซื้อ ให้เพียงดูให้อิ่มตา แล้วกำหนดจดจำราคาไว้ กลับบ้านแล้วรอดูสัก3คืน ถ้าเกิดฝันถึงต้นไม้นั้นแล้วก็รีบกลับไปซื้อ ถ้าไม่ฝันก็ลืมมันเสีย ผมได้ใช้วิธีนี้อยู่หลายครั้ง และได้ผลในทางไม่ฝัน จึงประหยัดเงินไว้สำหรับซื้อกระถางสวยๆได้อย่างสบาย วิธีของคุณครูนี้ผมคงคิดว่ามุ่งไปถึงเส้นประสาท คือถ้าเรามีสตางค์พอจะซื้อได้ แต่ไม่ซื้อก็เหมือนกับไปร้านอาหารทะเลที่เขาคิดราคากุ้งมังกรนึ่งตัวละ 500บาท เราอยากกินแต่แพงไป ทั้งๆที่พอ มี 500บาท จะจ่ายได้ความรู้สึกสองด้านเกิดณรงค์กันเอง คือความอยากกินกับความเสียดายเงิน ฉะนั้นถ้ามีการฝันว่าได้กินกับความเสียดายเงินฉะนั้นถ้ามีการฝันว่าได้กินก็หมายความว่าตัณหาด้านอยากกินชนะจึงต้องกิน ถ้าไม่กินก็จะถูกโรคเส้นประสาทกลับมากินเราเอง     เมื่อ คิดว่าไม่ซื้อพันธุ์ไม้ที่มีขายในท้องตลาดแล้ว ก็ต้องหันมาพึ่งตนตามหลักอัตโนนาโถ คือ เข้าป่าหาเอาเอง ซึ่งจะ กล่าวในตอนต่อไป การเข้าป่าหาต้นไม้นี้ได้ความเพลิดเพลินหลายอย่าง เช่น เป็นการทัศนาจร เกิดความภูมิใจว่าเราได้มาด้วยน้ำมือของเรา ที่สำคัญที่สุดก็คือต้นไม้ทุกต้นมีประวัติว่าได้มากจากไหน อย่างไร ทำให้เราจำไม้ของเราได้แม่นเหมือนกับคนซื้อสุนัขต่างประเทศที่มีประกาศนีย บัตรแสดงถึงต้นตระกูลว่าได้มาจากพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ทวดชื่ออะไร สำหรับเอาไว้คุยกันแต่สุนัขจะดีวิเศษเพียงไรก็เป็นอีกเนื่องหนึ่ง

2.การเพาะเมล็ด

ไม้ ประเภทคงทนอายุยืนในเมืองไทยมีมากมายหลายชนิดอยู่ที่ความสนใจของเราที่จะ เสาะแสวงหามาเล่น มะขามออกจะง่ายหน่อย เพราะเมื่อเพาะขึ้นแล้วก็แข็งแรงแรงและโตเร็วเมื่อเริ่มโตจะดัดให้หงิกงอ เป็นรูปอย่างใดก็ได้ หรือจะเลี้ยงให้มีลักษณะเหมือนไม้ใหญ่ดังของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งออกฝักในกระถางก็ได้ เมล็ดพันธุ์อย่างอื่นก็หาได้ไม่ยากนัก เช่น เมล็ดตะโก พลับ ไม้ดำ มะหาด  มะสัง เงาะ ลำไย ลิ้นจี่  มะเฟือง กระบก มะขามเทศ มะขามป้อม ตะแบก อินทนิล ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ ไทร เป็นต้น ข้อสำคัญต้องออกเสาะหาให้ถูกต้องตามฤดูกาล เพราะถ้ากะเวลาไม่ถูกผลอาจยังไม่สุกเสียเวลาเปล่า หรือไปหาเมื่อผลหล่นมาแล้ว เป็นเวลานาน ก็จะมีสัตว์บางชนิด เช่นกระรอก กระแต หนูจะกินเมล็ดหมดไปเสียก่อนที่เราจะได้มา ส่วนมากผลไม้ป่ามักหล่นในฤดูแล้ง เคยไปหาเมล็ดมะสังทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในระหว่างต้นพฤษภาคม บางต้นยังมีลูกติดต้นเขียวสดอยู่ บางต้นผลหล่นลงมาแล้ว ปรากฏว่ามีสัตว์กัดกินไว้แตกเป็นสองซีก แต่ก็ยังพอเก็บเมล็ดมาเพาะได้บ้างอย่างไรก็ดี แม้ว่าในบางคราวจะไม่มีโอกาสเก็บผลมาได้ถูกกับจังหวะที่เล่น แต่ถ้าเป็นผลไม้ชนิดที่ไม่มีสัตว์กินเพียงขุดเอามาแล้วใส่กระถางรวมไว้รอให้ต้นแข็งแรงเคยพบต้นไม้ดำที่งอกอยู่ ใต้ต้นไม้ต้นแม่เป็นจำนวนมาก ขุดให้ติดดินมา มีข้อควรสังเกตว่าการขุดลูกไม้เช่นนี้มาปลูก การปลูกรวมไว้หลายๆต้น ในกระถางเดียวกัน ต้นไม้กลับเจริญได้เร็วกว่าเอามาแยกปลูกกระถางละต้น

การ ทำบอนไซจากการเพาะเมล็ด ต้องการความอดทนมาก สำหรับต้นสนที่เพาะเมล็ดนั้นญี่ปุ่นเขาต้องเก็บไว้ในกระถางเพาะถึง 2ปี แล้วจึงเลือกต้นที่แข็งแรงแยกปลูก กระถางเดี่ยว ค่อยๆ ตกแต่งไปใช้เวลาถึง5 ปี บอนไซจึงได้รูปร่างที่ต้องการ สำหรับเมล็ดพันธุ์ไม้ของไทย คงไม่ต้องใช้เวลานานถึงเพียงนั้น เช่น มะขาม อาจแยกเพาะในกระถางเดี่ยวเมล็ดละกระถาง ภายใน 6 เดือน ก็จะเริ่มตกแต่ง ได้เพราะเป็นไม้ที่เจริญเร็ว เท่าที่พบมาสำหรับไม้ดำ รออยู่จนหนึ่งปีก็ยังทำอะไรไม่ได้ สำหรับมะเฟือง มะหาด โตเร็ว ไม่แพ้มะขาม แต่มะสังต้องใช้เวลานานหน่อย ต้นไทรก็ขึ้นเร็ว ไม่เกิน 6 เดือน ก็เห็นรูปร่างแล้ว สรุปได้ว่าการจะใช้เวลา นานเท่าใดขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดพันธุ์ วิธีเพาะต้นไม้ที่จะทำบอนไซก็ใช้วิธีเพาะเมล็ดธรรมดา ทั่วๆไป นำเมล็ดมาแช่น้ำไว้สักหนึ่งคืน พอรุ่งขึ้นเห็นว่ามีเมล็ดจมบ้างลอยน้ำบ้าง พวกที่ลอยน้ำนั้นคือ เมล็ดลีบเพาะไม่ขึ้น ต้องตักทิ้งไป ส่วนพวกที่จมก็เอามาเพาะและจะขึ้นเกือบทั้งหมด การ เพาะเมล็ดใช้วิธีเตรียมกระถางขนาดลึกสัก 6 นิ้ว ใช้ลวดตะแกรงปิดที่รูกระถางเสียก่อน ชั้นล่างโรยอิฐหักก้อนเล็กๆ สักครึ่งนิ้วเพื่อให้น้ำระบายได้ ดินที่ใช้เพาะสมควรผสมให้ร่วนไม่ต้องใส่ปุ๋ย เมื่อเอาเมล็ดอีกชั้นหนึ่งแล้วจะรดน้ำ การรดน้ำควรใช้กระป๋องมีฝักบัว ถ้าใช้สายยางฉีดน้ำแรงจะพัดเอาเมล็ดกระจายไปจากดินได้ ควร ฉีดยาค่าแมลงและยากันเชื้อราไว้ด้วย เพื่อป้องกันมิให้มามดกินเมล็ดเสียก่อนงอก เมื่อเมล็ดงอกและต้นสูงขึ้นสัก 3 เดือน จะเริ่มปุ๋ยอย่างอ่อนๆ บ้างก็ได้ เพื่อให้ลุกไม้แข็งแรงกระถางเพาะต้องออกวางให้ถูกแดดอยู่เสมอ เมื่อถึงเวลาที่จะตัดสินแยกลูกไม้ออกลงกระถางเดี่ยว ควรคัดลูกไม้ที่ขึ้นเป็นหมู่ๆ เก็บไว้บ้าง เพื่อทำบอนไซแบบหมู่ คือให้ขึ้นกระถางละหลายต้น เป็นทำนองปลูกไม้ป่าไว้ในกระถาง

เมล็ดบางชนิด เช่น มะสัง เป็นที่โปรดปรานของหนูมาก ไม่ทราบว่าจะมีกลิ่นบอกหนูหรืออย่างไร ในคืนเดียว เคยถูกหนูมาขุดคุ้ยดินเอาเมล็ดไปกินเสียกว่าครึ่ง ในกรณีเช่นนี้ก็จำเป็นต้องหาลวดมายกกระถางแขวนเสีย หรือจะวางไว้บนปากไหน้ำก็ได้ เพราะหนูไม่อาจปืนขึ้นมาได้ ต้องรดน้ำกระถางที่เพาะทุกวัน เมื่อต้นยังอ่อนอยู่ต้องระมัดระวังอย่าให้ถูกน้ำแรงเกินไป มิฉะนั้นต้นจะเอน คอยถอนลูกหญ้าซึ่งขึ้นปนมากับดินเพื่อมิให้แย่งอาหาร  สำหรับ เมล็ดไทรนั้น การเพาะต้องใช้วิธีแตกต่างไปจากการเพาะเมล็ดอย่างอื่น เพราะเมล็ดไทรมีลักษณะเป็นผงละเอียดคล้ายเมล็ดเฟิร์น จึงต้องใช้กระถางอัดด้วยรังของกระเช้าสีดา หรือกาบมะพร้าว แล้วขยี้เมล็ดไทรลง ใช้กระจกปิดปากหรือกระถางป้องกันมิให้เมล็ดถูกน้ำพัดเวลารดน้ำ

การจัดหาต้นไม้เพื่อทำบอนไซ

การจัดหาต้นไม้เพื่อทำบอนไซ

 

การจัดหาต้นไม้เพื่อทำบอนไซ